คลังเก็บรายเดือน: พฤษภาคม 2021

บุหรี่ไฟฟ้าแบบควันกลาง

เรื่องของควันนั้นต้องพูดกันตรงๆ แบบตรงเปรี้ยงเลยนะ อย่าเอาแต่ความคิดส่วนตัวที่เป็นแนวอีโก้จัดล่ะ เพราะเราต่างทราบกันดีว่าควันบุหรี่นั้น เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากๆเช่นกัน ไม่ว่าจะยุคไหนก็ตาม ควันบุหรี่ก็ไม่ใช่เรื่องหน้าอภิรมณ์เลย

อย่างสมัยบุหรี่มวน ก็ยังได้ชื่อว่าควันฆ่าชีวิตคนรอบข้าง ทำให้ใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้คนดูดบุหรี่ต้องรู้สึกกันต่างๆกันว่า มันต้องหนีห่างเพื่อไม่ให้ได้รับผลของควันบุหรี่เข้าร่างกาย กลายเป็นควันที่น่ารังเกลียด แล้วสมัยของบุหรี่ไฟฟ้าก็แทบไม่ได้ต่างกันเลย

หลายๆคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าก็อาจจะแบบอีโก้หน่อยว่า ทำไมอ่ะ ควันกลิ่นก็หอม อันตรายของการเผาไหม้ก็ไม่มี นิโคตินก็เข้าร่างกายไปหมดแล้ว ยังจะทำเป็นรังเกลียด ก็แหม ภาพลักษณ์มันไม่ดีมานานแล้ว ไม่เกี่ยวกับกลิ่นหรืออันตรายแล้วล่ะ

ส่วนคนที่ได้อยู่ใกล้ควันก็เช่นกัน ต่อให้เป็นควันอะไร ข้าพเจ้าก็จะไม่ยุ่ง เพราะไม่มีใครมากะรันตีความปลอดภัยให้นี่นา ต้องทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว เป็นไรไปใครรับผิดชอบ อะไรทำนองนี้ ดังนั้นเรื่องควัน พูดยากครับ

ซึ่งแบบควันกลางจริงๆแล้ว ก็ใช้การผสมผสานกันแบบคล้ายๆเดิมนะ ใช้ตัวเครื่องและน้ำยาคล้ายแบบความน้อยได้เลย เพียงแต่ ปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย จริงๆแล้วแบบควันกลางคงไม่ได้มีใครสนใจหรอกนะ ใครกันที่จะบอกอยากได้ควันกลางๆ ส่วนมากแล้ว

ก็แค่เป็นแบบที่ใช้ๆไป ไม่ได้สนใจควันมากกว่า แต่เอาเป็นว่าจะบอกถึงการผสมผสานเครื่องและน้ำยาที่ทำให้ควันออกมาได้กลางๆละกัน ตัวเครื่องที่ใช้แบบความกลางนั้นก็ใช้แบบ Pod ได้เช่นกันเพียงแค่ตัวหัวคอยล์นั้นเป็นแบบที่ ใช้โอมเผาไหม้ได้แรงกว่าก็เพียงพอแล้ว ระดับควันก็จะเพิ่มขึ้นตามการเผาใหม้ ซึ่งนั้นอาจจะทำให้หัวแบบนี้ไหม้เร็วหน่อยนะ เพราะมันจะร้อนจัด แต่ก็เกี่ยวกับพฤติกรรมการสูบด้วย

ว่าชอบลากยาวหรือลากสั้น ต่อมาใช้น้ำยาแบบที่เกิดมาเพื่อบุหรี่ไฟฟ้าระบบ pod นั้นคือ Salt Nic ซึ่งมันมีให้เลือกระดับนิโคตินที่หลากหลาย ก็สามารถเลือกความเข้มข้นน้อยๆหน่อย จะทำให้เกินควันเยอะ หรือจะให้แบบ freebase ก็ได้

เพราะน้ำยาประเภทนี้จริงๆแล้วมันมีควันเยอะ เพียงแต่การเผาไหม้ของ pod ให้ตายยังไงก็ไม่สามารถทำควันจนถึงขั้นเป็นเครื่องบุหรี่แบบควันมากอยู่ดี ดังนั้นแล้ว เรื่องน้ำยาก็สามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ เหมือนแบบควันน้อยนั้นแหละ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ปรับสำคัญเพียงหัวคอยล์โอม แล้วก็ระดับนิโคตินที่เลือกเพียงเท่านั้นเอง อาจจะต้องยอมหน่อยนะ เพราะควันกับระดับนิโคตินมันก็แปรผกผันกันอยู่

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

วิธีการควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นตลอดชีวิตเพียงแค่ทำสิ่งต่อไปนี้ทุกเย็น 

              สำหรับใครก็ตามที่มีการควบคุมน้ำหนักได้แล้วและไม่ต้องการให้เกิดการกลับมาอ้วนอีกวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการหรือเคล็ดลับดีๆที่คุณจะสามารถควบคุมน้ำหนักของคุณไม่ให้ขึ้นได้ตลอดชีวิตของคุณเพียงแค่คุณทำสิ่งต่อไปนี้เป็นประจำทุกวันและทุกเดือนนั่นเองเรามาดูกันว่าสิ่งที่เราต้องทำทุกเย็นนั้นมีอะไรกันบ้าง 

        แนะนำว่าทุกๆวันช่วงเวลาประมาณ 17:30 น ถึง 18:00 น หรืออาจกล่าวได้ว่าแค่ช่วงระยะเวลาเพียง 30 นาทีต่อวันโดยให้ใช้ช่วงเวลา 17:30 น ถึง 18:00 น นี้ในการออกกำลังกายซึ่งวิธีการออกกำลังกายนั้นไม่ต้องโหมออกกำลังกายหนักเพียงแค่คุณออกกำลังกายด้วยการเดินเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ซึ่งข้อดีของการเดินออกกำลังกายนั่นก็คือมันจะทำให้หัวใจของคุณเต้นได้อย่างเหมาะสม

          การออกกำลังกายด้วยการเดินนั้นไม่ว่าคนอายุเท่าไหร่ก็สามารถออกกำลังกายได้และไม่ส่งผลทำให้ร่างกายของเราทำงานหนักมากเกินไป ที่สำคัญการที่เราออกกำลังกายช่วงเวลาประมาณ 17:00 น ถึง 18:00 น นั้นเป็นช่วงที่แดดในเมืองไทยนั้นไม่แรงแล้วซึ่งเรายังสามารถออกกำลังกายได้ด้วยและสามารถออกไปรับแดดเพื่อรับเอาวิตามินดีมาได้ด้วย และเมื่อเรามีวิตามินดีในร่างกายสูงมันจะไปช่วยในเรื่องของการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายของเราได้ดีขึ้นนั่นเอง 

        การกินอาหารเย็นเวลาที่ดีที่สุด ควรกินก่อน  18:00 น. จะเป็นการดีที่สุดนั่นก็เพราะว่าช่วงเวลาที่เราจะเริ่มนอนและได้ผลดีกับร่างกายของเรามากที่สุดก็คือช่วงเวลาประมาณ 22:00 น ดังนั้นถ้าหากเรากินอาหารช่วงประมาณ 18:00 น ก็จะทำให้เรามีระยะเวลาในการย่อยอาหารนาทีถึง 4 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลดีเพราะระยะเวลา 4 ชั่วโมงนี้อาหารจะมีการย่อยเสร็จเรียบร้อยแล้วและถูกส่งไปอยู่ที่ลำไส้เล็กซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการที่จะดูดซึมอาหารและสารอาหารต่างๆเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

        ถ้าเรากินอาหารเสร็จแล้วเรานอนเลยไม่รอให้กระเพาะอาหารย่อยก่อนจะส่งผลทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วไปเสียบสะสมไว้ตรงบริเวณรอบเอวของเราทำให้เรามีอาการอ้วนได้และยังทำให้เรารู้สึกอึดอัดหลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากินอาหารแล้วนอนเลยอาจจะทำให้เราเป็นกรดไหลย้อนได้นั่นเอง       

       ที่สำคัญที่สุดก็คืออาหารเย็นของเรานั้นควรจะลดปริมาณแป้งและน้ำตาลลง แล้วเน้นกินอาหารประเภทโปรตีนและหลังจากที่เรารับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเราควรจะออกกำลังกายอีกครั้งหนึ่งด้วยการเดินประมาณซัก 10 ถึง 15 นาที  ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้ได้ทุกวันรับรองว่าร่างกายแข็งแรงและไม่อ้วนแน่นอน

 

สนับสนุนโดย   แทงหวย

สิ่งที่คุณควรรู้ ถ้าหากคุณชอบออกกำลังกาย แล้วต้องใส่หน้ากากอนามัย  

 

              ปัจจุบันคนไทยนิยมการออกกำลังกายกันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไปออกกำลังกายกันตามฟิสเนต แต่ตอนนี้มีการระบาดของไวรัสทำให้การไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะติดเชื้อไวรัสได้

ซึ่งในตอนนี้คนจึงเริ่มหันมาออกกำลังกายและใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เวลาที่คุณออกกำลังกายโดยใช้หน้ากากผ้า  ปิดใบหน้า คุณจะมีภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเลือดของคนนั้นอยู่ในขั้นถึงอันตรายเลยทีเดียว และการที่คุณมีออกซิเจนในเลือดต่ำนั้นมันจะไม่ได้แสดงอาการให้คุณเห็นได้ทันที

           ซึ่งบางครั้งมันอาจจะมีอาการออกซิเจนในเลือดต่ำแต่ยังไม่แสดงออกให้คุณรู้ซึ่งมันอาจจะมาแสดงอาการภายหลังดังนั้นคุณจึงควรระมัดระวังให้ดีเวลาที่คุณใส่หน้ากากอนามัยในช่วงเวลาที่คุณออกกำลังกายคุณจะได้รับออกซิเจนเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยมากหากเปรียบเทียบกับการที่คุณไม่ใส่หน้ากากอนามัย

         ดังนั้นยิ่งคุณออกกำลังกายหนักออกซิเจนก็จะเข้าสู่ร่างกายของคุณในปริมาณที่น้อยหรือบางทีคุณอาจจะสูดออกซิเจนเข้าไปในร่างกายไม่ทันซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณและชีวิตของคุณเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณออกกำลังกายยิ่งหนักมากเท่าไหร่ผลเสียจากการออกกำลังกายขณะที่คุณใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าก็จะยิ่งเยอะตามมาด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นทางที่ดีที่สุดถึงแม้ว่าร่างกายของคุณจะแข็งแรงสามารถใส่หน้ากากอนามัยไปด้วยและออกกำลังกายไปด้วยได้ก็ควรออกกำลังกายแบบเบาๆเพียงเท่านั้นเพราะจะได้ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายและชีวิตของคุณนั่นเอง

       ในปัจจุบันนั้นด้วยสภาวะการระบาดของไวรัสโควิทนั้นค่อนข้างรุนแรงสถานที่ออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสหรือสถานออกกำลังกายที่มีคนไปออกกำลังกายร่วมกันเยอะๆจึงถูกขอความร่วมมือจากทางรัฐบาลให้ปิดการเปิดให้บริการเป็นการชั่วคราวไปก่อนดังนั้นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายจึงสามารถออกกำลังกายที่บ้านได้

ซึ่งการที่คุณออกกำลังกายอยู่ภายในบ้านของคุณเองนั้นจะช่วยทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยในการออกกำลังกายเลยคุณสามารถที่จะออกกำลังกายแบบหนักหรือแบบเบาได้ตามความต้องการที่สำคัญคุณยังสามารถสูดออกซิเจนเข้าไปในร่างกายของคุณได้ตามปกติและลดภาวะความเสี่ยงที่จะมีคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากจนเกินไปได้อีกด้วย

         เราสามารถสรุปได้ว่าถ้าหากเรายังชื่นชอบการออกกำลังกายนั้นในช่วงเวลานี้ควรจะต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสถานที่ออกกำลังกายเช่นฟิตเนสเพราะเราไม่สามารถที่จะใส่หน้ากากอนามัยขณะที่ออกกำลังกายแล้วไม่เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้การออกกำลังกายสามารถทำได้ที่บ้านซึ่งจะทำให้เราปลอดภัยและเราไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย