เรื่องทั้งหมดโดย admin

เราต้องดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเราติดเชื้อโรคเอดส์

โรคเอดส์หรือว่าโรคติดต่อที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าเป็นโรคที่ติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์เพราะว่าการที่เรามีเพศสัมพันธ์โดยที่เราไม่ยอมใส่ถุงยางนั่นเองก็เลยทำให้เราติดเชื้อหรือว่าเราได้รับเชื้อมานั่นเอง  การที่เราติดเชื้อนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากที่จะเป็นดังนั้นการที่เรารับเชื้อมาแล้ว

  แล้วเรารู้ตัวว่าเราติดเชื้อมา  เราก็ควรที่จะดูแลร่างกายของเราให้อยู่ในได้ในสังคม  เพราะว่าโรคเอดส์นั้นการที่เราดูแลตัวเองดี  กินยาอย่างต่อเนื่อง  ก็จะไม่ทำให้เราแพร่เชื้อ  หรือว่าได้รับเชื้อ  ดังนั้นเมื่อเรารู้ตัวว่าเราได้รับเชื้อมาแล้ว  การที่เรากินยาหรือว่าทำตามที่แพทย์สั่งนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราไม่ทำตามร่างกายของเราจะถอยลง  จนทำให้เราเสียชีวิตได้   

         ผู้ที่ติดเชื้อนั้นควรที่จะดูแลตัวเองอย่างไร   

เมื่อเรานั้นรู้ตัวว่าเรานั้นรับเชื้อหรือว่าติดเชื้อนั้นคนที่เป็นผู้ป่วยแต่ว่ารู้สึกว่าอึดอัดแต่ว่าการที่เรานั้นบอกกับครอบครัวหรือว่าคนที่อยู่ข้างเรานั้นเขาอาจจะได้เตรียมรับมือหรือแม้กระทั่งคนใกล้ชิดเพราะว่าการที่เราบอกความจริงคนรอบข้างนั้นจะเตรียมรับมือ  หรือว่าคนรอบข้างจะได้ระวังหรือว่าขั้นตอนต่างๆในการที่เราอยู่รวมกับคนที่ติดเชื้ออย่างเหมาะสม  

       การที่เรากินยาตามที่หมอสั่งหรือว่าแพทย์สั่งอย่างเคร่งคัด   ในการที่เราเป็นผู้ป่วยนั้นเราต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด  และการวางตัวเป็นอย่างดี  เพราะว่าเราควรที่จะรับประทานยาอย่างตรงต่อเวลา 

เพราะว่ายาที่ทางแพทย์นั้นจ่ายให้จะทำให้เราชะลอเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้นั่นเอง  จะเป็นระบบป้องกันภูมิคุ้มกันร่างกายของเรา  และก็ยังลดโอกาศที่จะแพร่เชื้อไปแก่ผู้อื่นนั้นได้   ผู้ที่ป่วยควรที่จะมาพบแพทย์  อย่างสม่ำเสมอ  เพราะว่าถ้าเรานั้นติดเชื้อนั้นมากขึ้น หรือว่าโอกาสที่เราจะติดเชื้อมากขึ้นก็ตาม  

      เราต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดให้ตรงต่อเวลา   เมื่อเราเป็นผู้ที่ป่วยเมื่อเราทราบว่าเราป่วยเป็นคนที่ได้เชื้อโรคเอดส์มานั้นสิ่งแรกที่เราควรที่จะทำคือการที่เรารับประทานยาอย่างเคร่งครัดและตรงต่อเวลา  เพราะว่ายานั้นจะช่วยในเรื่องของการที่จะชลอการเจริญของเชื้อเอสไอวีนั่นเอง  ป้องกันระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย  และก็จะช่วยลดโอกาสที่จะแพร่เชื้อนั้นเอาไปสู่คนอื่นได้  

   การที่เรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่ดีต่อร่าง  ไม่ว่าจะเป็นผักหรือว่าผลไม้  ธัญพืชต่างๆที่ไม่ขัดสี  เพราะว่าเป็นแหล่งที่มีโปรตีน   เมื่อร่างกายของเรานั้นแข็งแรง  ร่างกายของเราก็จะสามารถที่จะต่อสู้กับโรคได้เหมือนกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น ต่างก็เป็นที่หลงรักของใครหลายๆคน เพราะว่ามีรสชาติที่อร่อยหอมหวานเเล้วนั้นสีของมันยังน่ารับประทานชวนไห้หลงใหลอีกด้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถือว่ามีประโยชน์มาก ช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกายต่างๆของเราได้อย่างมากมาย

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีหลายชนิดมาก เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ เครปกูสเบอร์รี่ เเบล็กเบอร์รี่ ลินกอนเบอร์รี่ เเครนเบอร์รี่ เชอร์รี่ ซึ่งผลไม้เบอร์รี่ที่กล่าวมาต่างๆนั้น เป็นผลไม้ที่เป็นลูกเล็กๆน่ารัก สีน่ารับประทานเเละสดใส่

ซึ่งประโยชน์ของเบอร์รี่ที่กล่าวมานั้นมีประโยชน์ที่เเตกต่างกันออกไปเพราะประโยชน์ของเเต่ละเบอร์นี่นั้นถึงจะชื่อเหมือนกันเเต่ประโยชน์ไม่เหมือนกันนะ เริ่มจาก 

1.สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ยอดฮิตสำหรับใครหลายๆคนเลยทีเดียว เพราะทั้งรสชาติที่อร่อยหวานลูกใหญ่เเล้วนั้นยังอุดมไปด้วยวิตมินซี วิตมินบี มีใยอาหารสูงมากเพื่อช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย 

2.เเบล็กเบอร์รี่ เป็นเบอร์รี่ที่มีสารต้านมะเร็งสูง เเถมในเเบล็กเบอร์รี่นั้นมีวิตมินสูงมาก เท่ากับกินส้มถึง10ลูกเลยทีเดียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยลดการเกิดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เเถมเเบล็กเบอร์รี่นั้นยังเป็นราชาเเห่งเบอร์รี่อีกนะรู้หรือยัง 

3.บลูเบอร์รี่ เบอร์รี่ชนิดนี้ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีมากเพราะมีรสชาติที่อร่อยเเละหอมหวานอีกนั้นคนยุโรปยังนิยมรับประทานกันอย่างเเพร่หลายในทวีปยุโรปอีกด้วย ซึ่งบลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการชะลอความชราเเละรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าอีกด้วย เรียกง่ายๆคือการต้านอนุมูลอิสระนั่นเอง

 4.ราสป์เบอร์รี่ มีกรดเอลลาจิก ซึ่งคือสารป้องกันมะเร็งนั่นเอง ในราสป์เบอรี่นั้นมีสารป้องกันมะเร็งนั่นเอง ในราสป์เบอรี่นั้นมีสารป้องกันมะเร็งสูงที่สุดเลยเเถมยังช่วยหยุดเซลล์มะเร็งไม่ไห้ลุกลามไปส่วนอีกได้ด้วย รู้อย่างนี้เเล้วทานกันเยอะๆนะคะ 

5.เเครนเบอร์รี่ เเครนเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตมินซีมากมาย เช่น วิตมินซี วิตมินอี ทองเเดงมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยอีกทั้งยังช่วยป้องกันเเละรักษาโรคจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดีเเละโรคอื่นๆอีกเช่นโรคหัวใจ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคนี้มาก

6.เครปกูสเบอร์รี่ มีสารต้านมะเร็ง เเต่ในประเทศไทยอาจจะเรียกว่าลูกโทงเทง คุ้นหูกันใช่ไหมล่ะ มีทั้งวิตมินซี เเละวิตมินต่างๆอีกมากมายที่อุดมไปทั้งลูก เห็นไหมล่ะคะว่าผลไม้ที่เเสนอร่อยนั้นมีประโยชน์มากจริงๆ ซึ่งหาทานได้ง่ายมากไม่ว่าจะทานคู่กับโยเกิร์ตหรือทานคู่กับสลัดก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ มาใส่ใจเเละดูเเลสุขภาพด้วยการกินเบอร์รี่กันเถอะ

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

เครื่องช่วยฟังจากโรงพยาบาลมีข้อดีอย่างไรบ้าง?

เครื่องช่วยฟังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้น สะดวกขึ้น จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์นี้ติดตัวเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้มานานหลายปีแล้ว บางเครื่องก็มีอายุการใช้งานที่จำกัด ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

ในสมัยก่อนอาจจะซื้อตามโรงพยาบาล เพราะร้านข้างนอกไม่ค่อยมีใครขาย เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ จึงทำให้เครื่องช่วยฟังที่ขายตามโรงพยาบาลมีราคาสูง 

แต่แม้ว่าเครื่องช่วยฟังที่ขายในโรงพยาบาลจะมีราคาสูงกว่าร้านทั่วไปที่ขายอยู่ข้างนอกหรือตามออนไลน์ แต่ก็ยังได้รับความนิยมอยู่มาก เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูง ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นำเข้า และมีราคาแพงกว่าท้องตลาด

ซึ่งบางคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินก็ตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังที่โรงพยาบาลได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากคนที่มีเงินจำกัด การซื้อ เครื่องช่วยฟัง ในราคาที่สูงก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ยากขึ้นมา เพราะเงินส่วนต่างนั้นซื้อความสบายใจได้ 

หลายคนจึงเลือกที่ซื้อเครื่องช่วยฟังในโรงพยาบาล แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่เมื่อเทียบกับความสบายใจ และคำแนะนำของแพทย์ รวมไปถึงการรับประกันตัวเครื่อง และแหล่งที่มาชัดเจนก็ทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปอุ่นใจ ว่าเครื่องนั้นจะมีประสิทธิภาพมากพอที่จะนำมาใช้งานได้จริง แถมคนที่ให้คำแนะนำก็เป็นคุณหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทหูอีก จึงทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินสบายใจกับการซื้อเครื่องที่นี่เลย 

แต่ถึงแม้ว่าเครื่องช่วยฟังที่โรงพยาบาลจะมีข้อดีมากมายตามที่ได้บอกไปในข้างต้น แต่เราต้องดูเงินเป็นหลักด้วย ถ้าหากว่าไม่เดือดร้อน พอมีเงินที่จะจ่ายได้ ก็แนะนำให้ซื้อกับโรงพยาบาลไปเลย แต่ถ้าหากว่ามีเงินจำกัด ก็จำเป็นต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่ว่าจะซื้อไหวหรือไม่

หรือร้านค้าออนไลน์ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน และเมื่อได้รับเครื่องไปแล้ว การดูแลรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญ หากซื้อไปแล้วทิ้งขว้าง ไม่ดูแลตามที่ได้รับคำแนะนำมา ไม่ว่าเครื่องจะราคาหลักหมื่นหรือหลักร้อย ก็พังก่อนเวลาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องรักษาให้ดี บางคนใช้เครื่องที่มีขนาดเล็ก อาจมีหลงลืมวางทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ บ้าง

ต้องหมั่นคอยเช็กอยู่เสมอ เพื่อให้เครื่องช่วยฟังได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพจริงๆ และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการชาร์ตไฟเพื่อให้เครื่องมีแบตได้ทำงาน ก็ต้องระวังการเสียบปลั๊ก เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานหรือเด็กในบ้าน และคนที่ใช้ถ่านต้องหมั่นเช็กความถี่การใช้งาน ประเมินเอาไว้ล่วงหน้าว่าเครื่องจะถ่านหมดเมื่อไหร่ และถ้าจะต้องสั่งถ่านล่วงหน้ากี่วันของถึงจะมาส่ง การวางแผนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 

สาเหตุของอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

หลายๆคนคงเคยเห็นหรืออาจะเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคนี้มาบ้างแล้ว หรือกับบางคนอาจจะประสบกับตัวเองและคนส่วนใหญ่ถ้าหากเกิดมีอาการเวียนศีรษะก็มักจะคิดว่าตัวเองอาจเป็นอาการของโรคอื่นแต่หารู้ไม่ว่าคุณอาจจะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันก็ได้และจากการที่จะวินิจฉัยโรคนี้ได้นั้น จะต้องวินิจฉัยโดยผู้แพทย์เชี่ยวชาญด้านหูเท่านั้น

เนื่องจากถ้าหากจะมั่นใจได้ว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้วนอกจากการวินิจฉัยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้วนั้นจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอีกหลายอย่างเพราะด้วยอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนร่วมกับมีอาการหูอื้อหรือแน่นหู หรือร่วมไปถึงอาการได้ยินเสียงวิ้งๆ ในหู

จะต้องได้รับการตรวจระดับการได้ยินอย่างละเอียดในห้องเก็บเสียงเพื่อจะยืนยันได้ว่ามีการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วยและการสูญเสียการได้ยินที่มีความถี่ต่ำหรือต่ำกว่า 2000Hz เป็นหนึ่งในเกณฑ์ของการวินิจฉัยสำหรับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันร่วมกับอาการบ้านหมุน โดยการสูญเสียการได้ยินอาจจะเริ่มมาจากหูด้านหนึ่งก่อนหรืออาจจะเริ่มในหูทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้ และโรคนี้มีการรักษาที่เฉพาะหลายอย่าง

เพื่อจะทำให้อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนหายไป  เช่นการทานยาประคองอาการ หรือรวมไปถึงการไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหูเพราะจะเป็นการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อาการน้ำในหูไม่เท่ากันหายขาดและถ้าหากใครหรือคนไหนเกิดอาการสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู

โดยเฉพาะ เพื่อทำการตรวจสอบหรือวินิจฉัยอย่างละเอียด ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องต่อไป และโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นสามารถรักษาอาการเบื้องต้นได้โดยการหลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้เกิดโรคหูน้ำหนวกไม่เท่ากัน เช่น การหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในที่ ที่เสียงดังๆเป็นเวลานาน  การไม่เคาะหูบ่อยๆ ระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าหูบ่อยๆและถ้าหากน้ำเข้าหูให้เอาน้ำออกจากหูให้หมดไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดหูอักเสบได้และเป็นสาเหตุของโรคหูน้ำหนวกด้วย

การดำน้ำในที่ลึกๆเป็นเวลานานก็เป็นสาเหตุทำให้หูเกิดอาการอักเสบจนเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันฉะนั้นเวลาที่ไปดำน้ำจะต้องไม่ดำน้ำลงลึกจนเกิดไปและจะต้องไม่ดำเป็นเวลานานจนเกิดไป และการนำตัวเองไปอยู่ในที่ ที่เสี่ยงต่อการเกิดหูอักเสบคือ อยู่ในที่ที่เสียงดังๆ เป็นเวลานาน เพราะจะทำให้หูของเราเกิดการอักเสบและจนเกิดอากการโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงต่อความเสี่ยงก็เป็นเรื่องที่ดี

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์

รถยนต์เป็นพาหนะชนิดหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างเราเป็นอย่างมาก

เพราะรถยนต์นั้นใช้ในการขับขี่เเละไปไหนมาไหน เป็นเทคโนโลยีเเละนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนามาเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่ารถยนต์เเต่ละชนิดจะเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยของรถยนต์ เช่นรถที่อยู่ในสมัยรัชกาลที่9จะเป็นรถยนต์อีกรูปเเบบหนึ่งหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารถเต่า ซึ่งรูปทรงเหมือนเต่านั่นเอง ซึ่งรถยนต์ในสมัยนั้นค่อยๆจะติดตั้งเเอร์ในตัวรถยนต์ หรือยังไม่มีเเอร์เลย

เเต่รถยนต์ยังไม่มีอะไรมากนอกจากส่วนประกอบที่ขับเคลื่อนไปบนถนนหนทางที่สามารถขับไปได้ก็พอส่วนรถยนต์ในสมัยปัจจุบันนั้นที่ใช้ขับขี่จนอยู่ทุกวันนี้ก็มีการเพิ่มนวัตกรรมเเละเทคโนโลยีเข้ามาในการทำไห้รถยนต์นั้นมีความขับง่ายเเละสะสวกสบายมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์เกียร์ออโต้ ซึ่งระบบเกียร์ออโต้นั้นเป็นระบบที่ขับง่าย กล่าวคือเมื่อสตาร์ทรถยนต์นั้นสามารถขับออกไปได้เลย

เเต่อาจจะมีการเร่งความเร็วเครื่องก็เเค่นั้นเอง ซึ่งระบบเกียร์ออโต้นั้นจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า เพราะว่าระบบนี้สตาร์ทรถแล้วออกตัวได้เลยโดยไม่ต้องเข้าเกียร์จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ถนัดเกี่ยวกับรถพวกเข้าเกียร์ธรรมดาเป็นอย่างมาก เพราะขับง่ายเเล้วยังง่ายเเต่การบังคับรถ ปัจจุบันรถมีหลายยี่ห้อมาก เพราะเเต่ละยี่ห้ออะไหล่รถยนต์จะเเตกต่างกันไป เช่นยี่ห้อเชฟโลเล็ก เวลาจะหาอะไหล่รถยนต์ต้องไปสั่งจากเมืองนอกต้องรอหลายเดือนเลยทีเดียว จะเห็นได้ชัดเจนว่ารถยนต์นั้นมีหลายขนาดเเละหลายรูปเเบบที่เเตกต่างกันออกไป

โดยเฉพาะเรื่องเกียร์ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ออโต้เเล้ว ยังเป็นเกียร์ธรรมดา ซึ่งเกียร์ธรรมดานั้นก็ยากสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ เเต่คนที่เป็นมือใหม่นั้นไม่ใช่จะขับไม่ได้เสมอไป เพราะเวลาขับรถถ้าใครอยากเป็นทั้ง2ระบบก็สามารถขับรถที่มีเกียร์กระปุกได้เลย เพราะเวลาไปขับเกียร์ออโตจะง่ายมากๆ ซึ่งเกียร์กระปุกหรือเกียร์ธรรมดานั้น ก็จะมีการปรับขึ้นปรับลงไปเเบบของเกียร์ที่เขามีไห้ เช่นเกียร์อาร์คือไว้ใช้ทำอะไรเป็นต้น จะเห็นได้ว่าการที่รถยนต์จะขับเคลื่อนไปได้นั้น

ต้องใช้กลไกหลายๆอย่างเพื่อทำไห้ปัจจัยของตัวรถยนต์นั้นสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้โดยที่ระบบทำงานพร้อมกัน ซึ่งรถยนต์นั้นเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ทุกคนไห้ความสำคัญกันอย่างเเพร่หลายในหมู่มาก เพราะรถยนต์นั้นมีมานานเเล้ว เเต่ละยุคสมัยก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเเละคิดค้นขึ้นมาใหม่อย่างเช่นปัจจุบันซึ่งทำรถยนต์ออกมาหลายระบบเพื่อไห้เข้ากับสภาพถนนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

การทานอาหารเสริมอย่างวิตามิน

คุณเคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือไม่ หรือมีปัญหาตามส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหรือไม่ นั้นอาจจะเป็นตัวที่กำลังส่งสัญญาณบอกว่า ส่วนของร่างกายคุณกำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน และยังหมายถึงการที่ร่างกายคุณนั้นไม่รับสารอาหารไม่ครบหรือไม่เพียงพอต่อส่วนๆนั้น หนึ่งในสารอาหารที่คุณขาดนั้นก็คือ วิตามิน ซึ่งสารอาหารประเภทวิตามินเป็นสารอินทรีย์

ที่ร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะผลิตขึ้นมาเองได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมาจากการทานอาหารภายนอก ซึ่งร่างกายนั้นมีความต้องการสารอาหารประเภทวิตามินในปริมาณที่ไม่มาก แต่ก็ยังถือว่าร่างกายไม่สามารถขาดสารอาหารประเภทไปได้ ถึงแม้ว่าวิตามินจะเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อถูกดึงไปช่วยสร้างพลังงาน ไม่ได้เป็นโครงสร้างหรือส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และเนื้อเยื่อ

แต่จะช่วยควบคุมระบบการเผาเผลาญ และสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากใครกำลังสงสัยอยู่ว่า ในเมื่อร่างกายต้องการปริมาณมันจึงจำเป็นด้วยเหรอที่ร่างกายต้องการ แน่นอนว่ามันจำเป็นอย่างมาก ซึ่งมันถูกนำไปเพื่อใช้ร่วมกับสารอาหารอื่นๆ ที่จะส่งผลทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ และมีประสิทธิภาพมาขึ้น ซึ่งเราจะต้องทราบตัวของตัวเองก่อนว่าเรานั้นมีปัญหาในส่วนไหนของร่างกาย

เพื่อจะได้รู้ตัวเองว่าในส่วนที่มีปัญหานั้นเกิดจากอะไร เกิดจากที่เราใช้มันมากเกินไป หรือเกิดจากการที่เราขาดวิตามิน อย่างเช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องของเลือด เจอปัญหาในการได้รับบาดแผลแล้วมีเลือดไหลออก โดยคนทั่วไปแล้วนั้นถ้าหากปล่อยไว้หรือล้างออก ปล่อยไว้สักพักเลือดก็จะหยุดไหลและแห้งไป แต่ในทางกลับกันบางคนต่อให้ล้างออกแล้วปล่อยทิ้งเลือดก็ไม่หยุดไหลได้เลย นั้นเป็นเพราะระบบการทำงานการแข็งตัวของเลือดมีความบกพร่อง

อาหารเสริมประเภทวิตามินที่จะช่วยบำรุงในส่วนการแข็งตัวของเลือดคือ วิตามินเค และ วิตามินอี ที่จะช่วยเสริมสร้างให้เม็ดเลือดมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ซึ่งอาหารเสริมประเภทวิตามินเหล่านี้สามารถหาทานได้ง่ายมากๆ เพราะในปัจจุบันได้มีการผลิตวิตามินออกมาแบบสำเร็จรูปแล้ว แต่ในส่วนของแหล่งอาหารจากธรรมชาติเองก็มีอยู่เช่นเดียวกัน วิตามินนั้นมีความเป็นต่อร่างกายที่ร่างกายไม่ได้ต้องการในปริมาณที่มาก

เพราะฉะนั้นควรทานในปริมาณที่เพียงพอต่อวันที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ เพราะวิตามินบางประเภทนั้นไม่สามารถดูดซึมและขับออกมาทางปัสสาวะได้ จะกลายเป็นว่ามันถูกสะสมไว้ในร่างกายในส่วนที่เรารับประทานมากเกินกว่าความจำเป็นที่ร่างกายควรจะได้รับ ซึ่งหากมีการสะสมไว้ในร่างกายเอาไว้มากๆ สิ่งที่จะตามก็คือผลเสียที่จะทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบถึงขั้นรุนแรงอย่างการเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

สุขภาพที่เกี่ยวกับดวงตา

เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ

      การใส่ใจดูแลสุภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ว่าใครก็ควรที่จะทำเพื่อตัวเอง และเพื่อคนที่เรารัก แต่ร่างกายของเรานั้นก็ประกอบไปด้วยอวัยวะหลายส่วนเหลือเกิน หลายๆคนก็อาจจะไม่ได้ละเลยกับการใส่ใจดูแลสุขภาพ

แต่ด้วยเหตุของร่างกายที่ประกอบไปด้วยอวัยวะหลายส่วนก็อาจจะมีบ้างที่บางครั้งเราอาจจะพลาดในการใส่ใจดูแลอวัยวะบางส่วนไป วันนี้เราจะมายกตัวอย่างอวัยวะสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรที่จะให้ความสำคัญและใส่ใจดูแลเป็นอย่างมากนั่นก็คือ “ดวงตา” นั่นเอง

ดวงตานั้นก็เป็นหนึ่งในอวัยวะของมนุษย์ที่มีความสำคัญมากๆ

เปรียบได้กับการเป็นดั่งประตูบานแรกที่เปิดเพื่อใช้ในการสื่อสารหรือส่งความรู้สึกต่างๆกับมนุษย์ด้วยกันเองและสิ่งมีชีวิตอื่นๆรอบๆตัวเรา ดวงตานั้นทำให้เราสามารถที่จะมองเห็น หรือได้ดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้เพลิดเพลิน เก็บเรื่องราวความทรงจำต่างๆผ่านทางการมองเห็น เราทุกคนจึงควรที่จะใส่ใจดูแลดวงตาคู่นี้ของเราเอาไว้ให้ดีด้วยความเอาใจใส่และทะนุถนอมเอาไว้อย่างเป็นที่สุด

ในส่วนของการดูแลเอาใจใส่สุขภาพดวงตานั้นก็ควรที่จะเริ่มต้นด้วยการเลือกรับประทานอาหารก่อนเป็นอันดับแรก โดยควรที่จะรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์เน้นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ได้ก็จะเป็นการดีมากๆ และถ้าหากเลือกรับประทานเป็นอาหารที่ต่างก็อุดมไปด้วยคุณค่าที่จะช่วยบำรุงสายตาได้ดีและมีประโยชน์อย่างอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ลูทีน ซิงค์ รวมไปถึงอาหารจำพวกผักผลไม้ต่างๆที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และวิตามินอีได้ก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก

เพราะสารอาหารที่มีคุณค่าเหล่านี้มีคุณสมบัติที่ดีต่อดวงตาของเราโดยมันอาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการชะลอไม่ให้เกิด หรือเป็นการลดความเสี่ยงของการที่จะเกิดเป็นโรคทางสายตาได้อีกด้วยยกตัวอย่างเช่น โรคจอตาเสื่อมและโรคต้อกระจก ที่เป็นโรคทางสายตาที่เราสามารถพบเจอผู้ป่วยจากโรคนี้กันได้ในปัจจุบัน

ในการเลือกรับประทานอาหารนั้นก็ไม่ใช่แนวทางที่ยากเกินไปสำหรับการที่จะต้องใส่ใจดูแล โดยอาหารที่ควรเลือกรับประทานก็เป็นอาหารทั่วไปที่สามารถหาทานกันได้อย่างง่ายอย่างอาหารจำพวกผักใบเขียว ปลาต่างๆที่มีกรดไขมันสูง ไข่ หรือถั่วที่อุดมไปด้วยโปรตีนรวมไปถึงธัญพืชต่างๆเองก็เช่นกัน และนอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่ดีแล้วการออกกำลังกายเองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทางอ้อมให้มีสุขภาพดวงตาที่ดีได้เช่นกัน

เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคต่างๆที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการที่อาจจะส่งผลกระทบไปยังดวงตาได้อย่างโรคเบาหวาน โรคอ้วนต่างๆที่เป็นโรคที่มีอาการทางไขมันสูงแล้วจะส่งผลเสียไปยังดวงตาได้ และที่สำคัญก็คือการถนอมสายตาจากจอมือถือและคอมพิวเตอร์ต่างๆก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ

เพราะแสงจากจอเหล่านี้เป็นผู้ร้ายที่คอยจ้องจะทำลายดวงตาคู่โปรดของเราได้ง่ายๆกันเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของการรักษาความสะอาดเองก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำให้สม่ำเสมอด้วยเช่นกัน

        ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการแนะนำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการรักษาดูแลเอาใจใส่ดวงตาที่มีเพียงคู่เดียวของทุกๆคน ถ้าหากวันใดที่เราสูญเสียดวงตาคู่นี้ไปก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ และเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นแล้วต่อจากนี้ไปเราก็ควรที่จะเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการรักษาถนอมดวงตาคู่โปรดนี้ไว้ให้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านานจะดีกว่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

โต๊ะทำงานที่สกปรก ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ความสะอาดของโต๊ะทำงาน สำคัญกว่าที่คิด
เชื่อไหมว่า โต๊ะทำงานส่วนมากเปรอะเปื้อนกว่าฝารองนั่งชักโครกถึง 400 เท่า รวมทั้ง 1 ใน 5 ของคนทำงานมักทานอาหารบนโต๊ะทำงานโดยไม่ชำระล้างก่อน แนวทางการทำความสะอาดโต๊ะบ่อยก็เลยมีความจำเป็นมากมาย โดยกระทำได้ดังต่อไปนี้

– นำเครื่องมือทั้งปวงออกมาจากโต๊ะ ปัดฝุ่นและก็ชำระล้างโต๊ะด้วยผ้าแห้ง แล้วต่อจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความสะอาดขัดถูโต๊ะให้สะอาดทุกซอกซอย ทิ้งเอาไว้จนกระทั่งโต๊ะแห้งสนิทค่อยจัดเก็บเครื่องมือต่างๆกลับขึ้นโต๊ะอีกที

– คัดข้าวของตามพวก ตัวอย่างเช่น เอกสาร หนังสือ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์ไฟฟ้า

– แยกขยะ เอกสารเก่าเก็บ รวมทั้งสิ่งของไม่มีความสำคัญ ดังเช่นว่า ของโชว์ ตุ๊กตา ซึ่งเป็นที่สะสมฝุ่นผง ควรจะโละทิ้งให้หมด

– ชำระล้างคอมพิวเตอร์ ด้วยน้ำยาที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดเฉพาะ โดยถอดสายไฟต่างๆ รวมทั้งดับเครื่อง จัดให้เป็นระเบียบ สำหรับในการชำระล้างคีย์บอร์ด ควรจะคว่ำแป้นคีย์บอร์ดรวมทั้งเขย่าเบาๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตามซอก แล้วต่อจากนั้นใช้สำลีหรือคัตตัลบัดชุบน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความสะอาดขัดถูรอบๆ แป้นตัวเขียน

– ต้องมีถ้วยน้ำแล้วก็แก้วกาแฟส่วนตัว โดยล้างให้สะอาดทุกหนหลังจากที่ได้มีการใช้เสร็จ แล้วเก็บคว่ำให้แห้งในบริเวณที่สะอาด เหตุว่ากว่า 90% ของถ้วยน้ำเป็นที่สะสมเชื้อโรค แล้วก็ 20% แปดเปื้อนแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคทางเดินอาหาร

– ปากกา และดินสอก็จะต้องชำระล้างเช่นเดียวกัน โดยขัดถูด้วย Alcohol หรือผ้าชุบน้ำยาสำหรับทำความสะอาด เพราะเหตุว่าถูกใช้ด้วยมือที่ถือจับสิ่งต่างๆ มาทั้งวัน เลยเป็นแหล่งอาศัยของแบคทีเรียและเชื้อโรคมากมายก่ายกอง

– ควรจะชำระล้างโต๊ะ เก้าอี้ และก็วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เสมอ โดยไม่ต้องรอคอยให้ใครมาบอกมากล่าว

จัดโต๊ะปฏิบัติงานให้ถูกสุขลักษณะ

– โต๊ะทำงานควรจะมีแสงไฟพอเพียง โดยเลือกที่สามารถย้ายได้สบายแล้วก็สามารถปรับแนวทางได้ง่าย รวมทั้งใช้แสงจาง เพื่อช่วยทำให้สบายตาขึ้น

– จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรจะอยู่ในระดับสายตา ระยะจากจอภาพถึงตาผู้ใช้ควรจะอยู่ระหว่าง 0.4-0.5 เมตร ส่วนคีย์บอร์ดรวมทั้งเมาส์อยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำลงบางส่วน ขณะพิมพ์รายงานจะได้ไม่ต้องชูไหล่มากจนเกินไป หรือต่ำจนถึงจำต้องงอหลัง

– ลดแสงสว่างมากๆ ของหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงให้รู้สึกสบายตา และเพื่อปกป้องดวงตาจากโรคจอประสาทตาเสื่อม แม้เลี่ยงมิได้ บางทีอาจสวมแว่นตาที่ปกป้องแสงอัลตราไวโอเลต หรือติดฟิล์มถ่ายรูปช่วยลดแสงสว่าง UV400/UVA1 รอบๆ จอคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ดวงตาสัมผัสแสงสว่างมากเกินไปโดยตรง รวมทั้งควรจะพักสายตาราว 5 นาที ทุก 2 ชั่วโมง

– เก้าอี้ควรจะเหมาะสมกับโต๊ะทำงาน ระหว่างทำงานควรจะนั่งให้เต็มตูด โดยข้างหลังอิงพนักพอดิบพอดี ปรับเก้าอี้ให้สูงเหมาะเจาะกับโต๊ะทำงาน ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ถ้านั่งแล้วเท้าลอย ควรจะหาที่รองเท้าหนุนให้ระดับเท้างอเป็นธรรมชาติ

– การดูแลตนเองด้วยของกินที่ดี พักให้พอเพียง และก็บริหารร่างกายเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง การดูแลและรักษาความสะอาดของร่างกาย ที่พักที่อาศัย แล้วก็สภาพแวดล้อมบริเวณตัว โดยยิ่งไปกว่านั้นโต๊ะทำงานก็มีความจำเป็นด้วยเหมือนกัน เหตุเพราะสภาพแวดล้อมที่ผิดหลักอนามัยในสถานที่สำหรับทำงาน อาจจะก่อให้การทำงานทุกๆ วัน เป็นการสั่งสมความป่วยไข้โดยไม่จำเป็น

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน
ถึงปัจจุบันการแพทย์จะพัฒนาไปมากมายอย่างไร แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยออกมาเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของโรคกระดูกพรุน แต่มีงานวิจัยที่สามารถสรุปถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่สามารถนำไปสู่โรคกระดูกพรุนได้ อย่างเช่น อายุที่มากขึ้น โดยธรรมชาติร่างกายจะมีความเสื่อมถอยไปตามกาลเวลายิ่งอายุมากขึ้นการสะสมแคลเซียมเข้าในกระดูกเพื่อให้กระดูกหนาขึ้นจะยิ่งน้อยลง โดยพบว่าอายุที่จะมีความหนาแน่นของมวลกระดูกสูงสุดจะอยู่ที่อายุประมาณ 30 ปี และ จะคงที่อยู่ระหว่าง 30-40 ปี และมวลกระดูกจะลดลงเรื่อยๆ ทุกปีหลังจากนั้นจนกระทั่งวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิง จะมีการลดลงของมวลกระดูก อย่างรวดเร็ว และ เมื่ออายุมากกว่า 65ปี มวลกระดูกจะลดต่ำลงจนถึงจุดเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก

1. พันธุกรรม หรือ กรรมพันธุ์
คนไทยมีโอกาสเสี่ยงโรคกระดูกพรุนสูง เพราะจากงานวิจัยพบว่าคนเชื้อสายคอเคเชี่ยนและเอเชี่ยน (ผิวขาวและผิวเหลือง) มีอัตราเสี่ยงของกระดูกพรุนสูง และจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีประวัติกระดูกหักของผู้สูงอายุ ในครอบครัว หรือผู้ที่มีรูปร่างผอมบางอยู่แล้ว

2. ภาวะโภชนาการและการดำเนินชีวิต
ภาวะทุพโภชนาการ คือ ภาวการณ์ขาดอาหาร การได้รับอาหารในแต่ละวันไม่เพียงพอ หรือน้ำหนักตัวน้อย หรือการรับประทานแคลเซียมในปริมาณต่ำ และภาวะการดูดซึมแคลเซียมไม่ดี นอกจากนี้ผู้ที่ชอบการดื่มสุราและสูบบุหรี่ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป อีกทั้งผู้ที่อยู่เฉยๆ นั่งๆ นอนๆ หรือขาดการออกกำลังกาย ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้

3. ยาและโรคประจำตัว
ใครจะไปทราบว่าจริงๆ แล้ว ยาก็มีผลต่อกระดูก ยาที่มีผลต่อกระดูกพรุนได้แก่ ยาที่มีสารสเตียรอยด์ ยาเกี่ยวกับโรคต่อมไธรอยด์ โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้และรับประทานยาอยู่เสมอก็มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

4 อาการของขัดใจ ของโรคมะเร็งรังไข่

ตอนนี้คุณกำลังป่วยเป็นมะเร็งรังไข่อยู่และอยู่ระหว่างการรักษา โดยอาจที่จะพบกับอาการหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นได้ อาจพบว่าเป็นผลข้างเคียงจากมะเร็งรังไข่ โดยทั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นจากเชื้อมะเร็ง ซึ่งอาจจะเป็นผลข้างเคียงของการรักษา หากคุณที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่และพบปัญหาทางการหายใจ การรับประทานอาหาร การขับถ่ายหรือเป็นไข้ วิธีการเหล่านี้สามารถบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้

ปัญหาทางการหายใจ
มะเร็งรังไข่ส่งผลให้เป็นปัญหาทางการหายใจได้ คุณอาจจะมีอาการหายใจถี่ หากพบว่าเป็นดังนี้ ไม่ต้องเครียดไป เพราะอาการนี้ไม่ได้เป็นอันตราย แต่ว่าหลายๆ คน อาจจะกำลังรู้สึกตกใจเมื่อเกิดอาการขึ้น ดังนั้น คุณควรที่จะมีการวางแผน และลองใช้แผนของคุณดูในกิจกรรมแต่ละวัน ไม่ควรอยู่นิ่งเป็นเวลานาน วิธีอื่นคือเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การสร้างภาพขึ้นในความคิดหรือการสะกดจิต ในกรณีที่คุณต้องการเริ่มฝึก คุณอาจลองวิธีการฝึกหายใจแ ละควบคุมการหายใจด้วยท้อง คุณต้องควบคุมสติ หากเกิดอาการหายใจไม่ออก เพราะหากคุณตกใจแล้วล่ะก็ คุณจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้น คุณจึงควรสงบ และตั้งสติให้ได้ พึงระลึกไว้ว่า ยิ่งวิตกกังวลมากเท่าใด การหายใจของคุณจะเกิดปัญหามากขึ้นเท่านั้น

ปัญหาทางการขับถ่าย
ปัญหาทางการขับถ่ายสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากการผ่าตัด การฉายรังสีหรือการให้เคมีบำบัด ในขณะการเข้ารับการรักษามะเร็งรังไข่ ปัญหาการขับถ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ท้องร่วง ปวดเกร็ง หรือมีอาการท้องผูก คุณอาจรู้สึกปวดช่วงท้องส่วนล่าง หากคุณต้องการรักษาอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่คุณควรทำ คือ ต้องปรับพฤติกรรมที่ทำในแต่ละวันลง เพื่อที่จะลดปัญหาในการขับถ่าย โดยการรักษาแบบใช้ยาสมุนไพร ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีในการรักษาอาการที่ดี โดยที่คุณอาจจะเลือกชาเปปเปอร์มินท์เพื่อแก้อาการปวดท้อง ทั้งนี้ในกรณีที่คุณต้องการปรับเปลี่ยนอาหารหรือยาที่ใช้ คุณอาจปรึกษาแพทย์ คุณสามารถป้องกัน หรือจัดการกับปัญหาการขับถ่ายโดยการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ขนมปังหรือพาสต้าที่ทำจากธัญพืช รำข้าว ผักและผลไม้ และควรดื่มน้ำมากๆ วิธีต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยให้การขับถ่ายของคุณดีขึ้น บรรเทาอาการท้องผูก และดื่มน้ำมากๆ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ เนื่องจากอาการท้องร่วง หากว่าคุณลองทำตามทั้งหมดนี้แล้วยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาการขับถ่ายได้ คุณควรปรึกษาแพทย์

มีอาการไข้
ในชีวิตปกติของคุณ พบว่ามีอาการไข้อยู่เสมอ โดยเป็นร่วมกับการเป็นมะเร็งรังไข่ คุณจะรู้สึกเหนื่อย มีอาการร้อนๆ หนาวๆ ตัวสั่นและซีด โดยที่คุณเลือกแก้ปัญหานี้โดยรับประทานยาพาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบ และทานยาอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านเอกสารกำกับยาบนบรรจุภัณฑ์ว่ายานี้มีข้อจำกัดอะไรหรือไม่ แต่ทางที่ดีที่สุด คือ พบแพทย์และขอรับคำแนะนำจากแพทย์ ว่าชนิดยาและขนาดยาที่รับประทานอยู่สามารถทานได้หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ หรือเป็นอันตรายเสี่ยงที่จะกระตุ้นอาการมะเร็งรังไข่

ปัญหาทางการรับประทานอาหาร
ปัญหาในการรับประทานอาหาร ด้วยการป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่มักจะทำให้เกิดความอ่อนเพลียและเกิดอาการเบื่ออาหาร แต่หนึ่งในตัวช่วยที่ดีในช่วงการรักษาโรคมะเร็งรังไข่ คือ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้อาจเกิดอาการอื่นๆ นอกเหนือจากการเบื่ออาหารร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียนหรือร้อนในช่องปาก ส่งผลต่อการรับประทานอาหารของคุณเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้ว รสชาติของอาหารจะไม่ถูกปาก ดังนั้นวิธีแก้ไขที่จะแนะนำ คือ จัดมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ หรือของว่างระหว่างวัน เช่น จัดทำเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ถั่วและผลไม้อบแห้ง โดยที่คุณอาจออกกำลังเล็กน้อยก่อนรับประทานอาหาร เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร คุณควรพบหมออย่างสม่ำเสมอ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการ และผลข้างเคียงของการรักษาที่เกิดจากมะเร็งรังไข่